สำหรับหลายองค์กร การนำ AI มาใช้กับข้อมูลเริ่มจากความต้องการลดงานซ้ำหรือลดต้นทุน แต่สำหรับหน่วยงานภาครัฐแห่งนี้ โจทย์มีความละเอียดอ่อนกว่านั้น
หน่วยงานมีระบบที่สามารถรวบรวมข่าวจากแหล่งข้อมูลเปิดบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ระบบเดิมทำหน้าที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลได้ดี แต่เมื่อปริมาณข่าวเพิ่มขึ้นทุกวัน ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่การหาข้อมูลเพิ่มอีกต่อไป แต่อยู่ที่การทำความเข้าใจข้อมูลทั้งหมดให้ทันเวลา
เจ้าหน้าที่ต้องค้นด้วยคำสำคัญ อ่านข่าวทีละชิ้น คัดกรองประเด็น และเรียบเรียงข้อมูลด้วยตนเอง ข้อมูลเพิ่มขึ้นได้โดยอัตโนมัติ แต่ความสามารถในการอ่านและวิเคราะห์ยังถูกจำกัดด้วยเวลาของคน
เป้าหมายของโครงการจึงไม่ใช่การให้ AI เข้ามาตัดสินใจแทนเจ้าหน้าที่ แต่เป็นการช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สรุปสาระสำคัญ และตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นฉบับได้ง่ายขึ้น โดยยังรักษาการควบคุมข้อมูลทุกขั้นตอน
ปัญหาของคลังข้อมูลที่โตเร็วกว่าความสามารถในการอ่าน
ระบบค้นหาข่าวแบบเดิมทำงานได้ดีเมื่อผู้ใช้รู้ว่าต้องค้นหาคำใด แต่ข่าวหนึ่งเรื่องอาจใช้ถ้อยคำแตกต่างกันในแต่ละแหล่ง และประเด็นเดียวกันอาจกระจายอยู่ในข่าวหลายชิ้น
การค้นด้วยคำสำคัญจึงบอกได้ว่ามีเอกสารใดใช้คำนั้น แต่ยังตอบคำถามที่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงข้อมูลไม่ได้ เช่น ข่าวหลายชิ้นกำลังพูดถึงประเด็นเดียวกันหรือไม่ สาระสำคัญจากหลายแหล่งคืออะไร และคำตอบนั้นมาจากข่าวชิ้นใดบ้าง
ยิ่งข้อมูลเติบโตมากเท่าไร เจ้าหน้าที่ก็ยิ่งใช้เวลากับการค้นและอ่านคัดกรอง แทนที่จะนำเวลาไปใช้กับการวิเคราะห์ที่ต้องอาศัยวิจารณญาณ
พัฒนาระบบทำให้การค้นข่าวเริ่มต้นด้วยคำถาม
bricks พัฒนาผู้ช่วย เอเจนต์ AI ให้ทำงานร่วมกับระบบรวบรวมข่าวเดิม เจ้าหน้าที่สามารถถามคำถามเป็นภาษาธรรมชาติทั้งภาษาไทยและอังกฤษ โดยไม่จำเป็นต้องแปลงสิ่งที่ต้องการรู้ให้เป็นชุดคำสำคัญก่อน
- ค้นหาข่าวตามความหมายและบริบท
- สรุปข้อมูลจากข่าวหลายแหล่งเป็นคำตอบเดียว
- สนทนาต่อจากคำถามก่อนหน้าโดยรักษาบริบทเดิม
- ใช้ชุดคำถามที่ใช้บ่อยเพื่อลดการเริ่มต้นใหม่
- เห็นแหล่งอ้างอิงและเหตุผลประกอบของทุกคำตอบ
- ย้อนกลับไปตรวจสอบข่าวต้นฉบับก่อนนำข้อมูลไปใช้
หลักการสำคัญของระบบคือ AI ช่วยค้นและสรุป ส่วนเจ้าหน้าที่ยังคงเป็นผู้ตรวจสอบ ตีความ และตัดสินใจขั้นสุดท้าย
สิ่งสำคัญคือ AI ต้องเข้าใจภาษาไทยในแบบที่ผู้ใช้พูดจริง
ระหว่างการทดสอบ ผู้ใช้ถามหาข่าวด้วยสำนวนอย่าง “ข่าวสามวันย้อนหลัง” ซึ่งเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายสำหรับคน แต่ระบบยังต้องตีความให้ถูกต้องว่าเป็นช่วงเวลาใด ทีมจึงปรับกลไกการทำความเข้าใจคำถามให้รองรับภาษาเชิงเวลาที่ผู้ใช้ชาวไทยใช้จริง ไม่ใช่เพียงรูปแบบวันที่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
อีกกรณีหนึ่งคือข่าวต่างประเทศ แม้ผู้ใช้ถามเป็นภาษาไทย แต่คำตอบบางส่วนยังมีคำภาษาอังกฤษปะปนอยู่ ทีมจึงปรับกระบวนการแปลและตรวจคุณภาพภาษา เพื่อให้คำตอบภาษาไทยอ่านต่อเนื่องและใช้งานได้จริง
รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ระบบไม่ได้เพียงรองรับภาษาไทยในเชิงเทคนิค แต่ต้องเข้าใจรูปแบบการถามและความคาดหวังของผู้ใช้ในบริบทการทำงานจริง
ความสะดวกที่ไม่แลกกับการควบคุมข้อมูล
สำหรับโครงการนี้ ความถูกต้องเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ระบบต้องทำงานภายใต้ข้อกำหนดด้านการควบคุมข้อมูลที่เข้มงวดด้วย
ข้อมูลถูกจำแนกก่อนประมวลผล และเส้นทางการประมวลผลถูกกำหนดตามระดับความอ่อนไหว ข้อมูลที่มีข้อจำกัดไม่ถูกส่งไปยังบริการสาธารณะที่ไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่การเข้าถึงระบบถูกควบคุมตามบทบาทและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ข้อมูลของหน่วยงานไม่ถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลภายนอก และทุกคำตอบยังต้องมีแหล่งอ้างอิงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนนำไปใช้ ด้วยเหตุนี้ ระบบจึงไม่ได้ถูกออกแบบให้ตอบได้มากที่สุด แต่ให้ตอบภายในขอบเขตที่องค์กรควบคุมและตรวจสอบได้
ถ่ายทอดความสามารถไม่ใช่แค่ส่งมอบเครื่องมือ
อีกเป้าหมายหนึ่งของโครงการคือทำให้ทีมของหน่วยงานสามารถดูแลและต่อยอดความสามารถด้าน AI ได้ด้วยตนเอง การส่งมอบจึงครอบคลุมทั้งการอบรมผู้ใช้ ผู้ดูแลระบบ และทีมพัฒนา รวมถึง workshop ที่ให้ทีมลงมือสร้างผู้ช่วยแบบ RAG ด้วยตัวเอง
สิ่งที่ส่งมอบจึงไม่ใช่เพียงระบบหนึ่งชุด แต่รวมถึงความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีออกแบบ ทดสอบ และกำกับการใช้ AI ภายในองค์กร
จากการค้นและสรุปไปสู่พื้นที่ทำงานสำหรับการวิเคราะห์
เฟสแรกตั้งใจจำกัดขอบเขตไว้ที่การค้นหาและสรุปข้อมูล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความถูกต้อง การอ้างอิง และการควบคุมข้อมูลก่อน
แนวทางที่กำลังพิจารณาสำหรับระยะถัดไปคือการขยายจากการค้นข้อมูล ไปสู่พื้นที่ทำงานที่ช่วยจัดทำรายงานตามรูปแบบ ติดตามประเด็นสำคัญ และช่วยร่างเนื้อหา โดยทุกชิ้นงานยังต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากเจ้าหน้าที่
AI ในโครงการนี้ไม่ได้เข้ามาแทนการวิเคราะห์ของมนุษย์ แต่ช่วยให้มนุษย์ใช้เวลาไปกับการวิเคราะห์ได้มากขึ้น






